วันนี้ขอบ่นหลังจากค้างคาใจมาร่วมปี
 
จากที่ได้มาใช้ชีวิตกะเหล่าเพื่อนฝรั่งต่างชาติทั้งหลาย
 
ทำให้ได้เห็นอะไรแปลกๆ จากวัฒนธรรมของเพื่อนๆ ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก
 
มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีต่างกันไป แต่เรื่องที่คับข้องอันดับสอง (แล้วอันดับหนึ่งไปไหน?) (อันดับหนึ่งเก็บไว้ก่อน)
 
เรื่องของ....
 
 
Fashion
 
 
นับว่าเป็นอะไรที่ผู้หญิงทุกคนชอบมากเรื่องแฟชั่นทั้งหลาย
 
แต่งตัวเทรนด์นั้นจะได้นำแฟชั่น เมคอัพโทนนั้นจะเข้ากับแฟชั่นตอนนี้ บลาๆ
 
ไม่ว่าอะไรหรอกที่ผู้หญิงจะเป็นแบบนั้น รักสวยรักงามตามประสา
 
(แต่จขบ.ไม่อ่ะ รำคาญ เวลาแต่งสวยแล้ว คนชอบมองแบบตัวประหลาด เลยไม่แต่งมันละ)
 
 
 
 
แต่.......
 
 
 
 
 
ไอ้ที่ขัดหูขัดตาที่สุดคงจะเป็นเลกกิ้ง
 
 
แน่นอนว่าเลกกิ้งมีหลายชนิด แบบผ้า ถุงน่อง แบบลวดลายสวยงามว่ากันไป...
 
แต่ตัวปัญหาคงจะหนีไม่พ้นเจ้าเลกกิ้งบางๆ แบบถุงน่องนั่นละ
 
 
 
 
เท่าที่เห็น เลกกิ้ง เป็นแฟชั่นที่นิยมของที่นี่มากไม่ใช่น้อย
 
ใส่กันให้เห็นได้ทั่วไป บางคนก็ใส่เลกกิ้งแล้วมีกระโปรงทับ ดูดีไปอีกแบบ
 
ฝรั่งบางคนมั่นใจซะ เลกกิ้งเพียวๆ ไร้ซึ่งสิ่งใดผิดบัง
 
 
 
ผลเป็นยังไงน่ะเหรอ???
 
 
 
 
 
เห็นหมดจดทุกซอกทุกมุม ทั้งสามเหลี่ยมหน้าและสามเหลี่ยมหลัง (ไม่เข้าใจว่า กกน.ฝรั่ง เข้าวินได้สุดซอยจริงๆ)
 
โดยเฉพาะเวลาก้มเก็บของที่พื้น แล้วบังเอิญหันมาเจอ....
 
 
 
โอ้แม่เจ้าาาาา
 
 
แทบไม่อยากกินข้าวเลย ชั้นทำอะไรผิด..ถึงได้ฆ่ากันถึงเพียงเน้!!!!
 
โฮ.....ปวดใจ ปวดตับมากๆ นี่ตั้งใจโชว์หรืออุบัติเหตุเนี่ย
 
 
แต่เคยเห็นเพื่อนฝรั่งบางคนใส่เลกกิ้งเพียวๆ ตั้งใจโชว์เต็มที่
 
แต่ขาคุณเธอช่าง...........ลองจินตนาการถึงขาหมูตรอกซุงดูละกันนะคะ
 
ว่ามัน อะฮึ้ม ขนาดไหน แล้วพอมาเป็นขาหมูไซส์ฝรั่ง = ใหญ่มากกกกก
 
(เข้าใจค.รุ้สึกคนขาใหญ่นะคะ แต่นะ ฝรั่งอ่ะ..มันใหญ่จริงๆ)
 
แต่ชีก็ยังมั่นใจ เดินตูดบิดเฉิบๆ  คือถ้าอยู่ไทยนี่โดนวิจารณ์แหลกไม่เหลือซากไปละ
 
เป็นอะไรที่เกือบจะรับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ใส่เลกกิ้งแล้วเห็นตูดเป็นลูกๆ
 
โอ้ววววววววว ไม่ต่างจากสามเหลี่ยมหน้าหลังเล้ยยยยยย
 
 
 
 
นอกจากคนประเภทนี้แล้ว ประเภทที่ใส่เลกกิ้งแล้วมีกระโปรงทับก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องให้จขบ.วิจารณ์
 
บางรายแต่งตัวดี ชิค คูล ดูดีมาก แต่พอนั่งปั๊บ
 
เปิดอ้าซ่าาาาา
 
 
 
ด้วยความที่เลิกกิ้งมันบาง เห็นหมดสิคะ
 
ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามนี่เลือดจะพุ่งตายกันพอดี
 
แต่ด้วยความเป็นฝรั่งอ่ะ เขาไม่ค่อยระมัดระวัง
 
เขาแบบรวดเร็วฉาบฉวย เดินกันไว ไม่สนลมจะพัดกระโปรงจนก้นเปิด มั่นใจมาก
 
 
 
และยังมีอีกประเภทนึงที่เห็นแล้ว เอื้อกกก....
 
ประเภทที่ใส่เดรสงามๆ สดใสๆ น่ารักดีอยู่หรอก (เรื่องขาใหญ่ก็มีบ้างนะ จขบ.ยังทำใจไม่ได้ แต่เพื่อนมันมั่นใจ)
 
ชีไม่ได้ใส่เลกกิ้ง ก็คิดว่า ฝรั่งเขาคงใส่ซับในแหละมั้ง เพราะเดรสเขามันสั้นมากอ่ะ
 
แต่พอชีก้มเท่านั้นละ สามเหลี่ยมทองคำกลับมาอีกแล้ว!!!!
 
 
จขบ. จะเป็นตากุ้งยิงซะละ
 
 
 
 
 
แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบบอุบัติเหตุ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
 
เหมือนว่า(ชอบโชว์)เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เลยไม่ได้อะไร เหมือนที่ว่า ดูไป ก็เอาไปไม่ได้
 
แต่ก็มีบางรายที่แบบ จงใจทำ เพื่อยั่ว ปู้จาย  (อันนี้ก็ทำให้จขบ.เข้าใจคำว่า bitchy มากขึ้น)
 
แต่ถึงยังไงก็เถอะ แฟชั่น ก็ไม่น่าจะให้มันถึงขนาดนี้อะนะ
 
บางทีมันมากเกินไป แต่ที่ไทยแอบเห็นแล้วว่ามีอยู่บ้าง แต่น้อย นับว่าเป็นเรื่องดีนะคะ
 
ยังไงฝากเป็นข้อคิดว่า แฟชั่น อย่าสั่งแต่สวย ดูแบบที่ป้องกันตัวเอง อย่าให้หวือหวาออกไปนักนะคะ
 
(แนะนำเลกกิ้งผ้า แจ่มสุด ถ้าอยากใส่เลกกิ้งนะ)
 
 
วันนี้บ่นพอหอมปากหอมคอละ ขอบายค่ะ
 
ปล. เพิ่งสอบปากเปล่าเสร็จ แทบสลบเหมือด
ปล.สอง ได้ข่าวพม่าแผ่นดินไหว กรุงเทพรุ้สึกได้ ไม่รู้พ่อแม่จะเป็นไงบ้าง ต้องรีบโทรไปเช็กแล้วละค่ะ
 
 

edit @ 25 Mar 2011 10:15:58 by เด็กไทยตัวน้อยๆ

 

Welcome back to บล็อกเกือบร้างแห่งนี้
เนื่องจากปีนี้เป็นปี2011แล้ว เราก็ควรจะทำอะไรให้มันจริงจังเสียที
เลยตัดสินใจกลับมาอัพบล็อกอีกทีหลังจากห่างหายไปเนิ่นนานมากกว่าสองปีได้
ถึงแม้จะมีอัพประปรายไร้สาระเล็กๆ น้อยๆ
 
 
 
ดูจากชื่อเอนทรี่อย่าตกใจไป..ถึงแม้มันจะเลยวันคริสต์มาสมา(โคตร)นานแล้ว
แต่เรื่องของเรื่องคือว่า จขบ.ลืมอัพนั่นเอง เง้อ - -"
 
 
โอเค เข้าเรื่องละนะ เนื่องจากว่าจขบ.ได้มีโอกาสไปร่วมงานนิทรรศการต้นคริสต์มาส
ซึ่งเป็นงานที่บริษัท องค์กรรัฐ เอกชนและบุคคลทั่วไปร่วมใจกันตกแต่งต้นคริสต์มาส
ตามแบบฉบับของตนแล้วนำมาแสดงร่วมกันเพื่อเป็นการกุศลให้กับองค์กรสำหรับเด็ก (ไม่แน่ใจนะ แต่เพื่อการกุศลละ)
ที่โรงแรม the Empress ในตัวเมืองวิคตอเรียที่ประเทศแคนาดา ก็เลยเก็บภาพมาฝากกัน
ถึงแม้ว่าภาพจะไม่เยอะมากก็เถอะ
(โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่หรูเอาเรื่อง การ์ดนั้นหน้าโหดมาก เลยไม่กล้าถ่ายมาเยอะค่ะ)
 
 
 
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในโรงแรมก็จะเจอะกับเจ้าต้นนี้ก่อนเลยค่ะ
สูงเอามากๆ สวยมากๆ ด้วย
 
 
จากนั้นเดินขึ้นบันไดจากทางด้านหลังก็จะเจอ.....
ต้นคริสต์มาสเยอะแยะเรียงราย สวยทุกต้นเลย ยิ่งมาประดับในโรงแรมหรูๆ ยิ่งงามงด
(กรุณาอย่าตกใจบุคคลในภาพ อิส อะ จขบ.เอง)
รู้สึกว่าต้นนี้จะมาจากเรื่องอลิซแห่งวันเดอร์แลนด์นะ
มีไพ่กับแมวในเรื่องอลิซด้วย (รุ่นน้องจขบ.ชอบมากเลยไปขอถ่ายคู่)
จากนั้นก็เดินหน้าตะลุยชมงานต่อ
(ดูจากภาพบรรยากาศแล้ว เหมือนถูกล้อมรอบด้วยต้นคริสต์มาส
เป็นแบบนี้ตลอดงานเลยล่ะ แต่ละต้นแบบก็ไม่ซ้ำกันอีกต่างหาก)
รูปนี้ขอใหญ่ๆ เลย
เพราะเป็นต้นคริสต์มาสสไปเดอร์แมน!!!
คนตกแต่งนี่คลั่งสไปเดอร์แมนมากจริงๆ มีฟิกเกอร์ไอ้แมงมุมทุกท่วงท่า
ประดับอยู่รอบๆ ต้นเลยทีเดียว
ต้นคริสต์มาสทำตาลายมากเวลาเดิน
และหลังจากที่เดินมาเรื่อยๆ ก็ดันมาเจอะกับพระเอกของงานนี้....
ต้นคริสต์มาสกลับหัว!!
แม่เจ้า!! ช่างสามารถจริงๆ ลองไปเขย่ามาแล้ว ไม่มีสั่นสะเทือน!!
(น้องๆ ทางบ้านอย่าเลียนแบบนะจ้ะ)
จขบ.ชอบต้นสุดท้ายสุดแล้ว งดงามๆ
จากการสอบถามเพื่อนในเฟซบุ๊ก แปดสิบเปอร์เซนต์หลงใหลเจ้าต้นนี้มาก
เพียงเพราะว่ามันเป็นสีม่วง (มีเพื่อนบ้าวายเยอะก็งี้ละ)
แต่ว่าของเขาสวยจริงๆ เนอะๆๆๆๆ
จบการทัวร์นิทรรศการคริสต์มาสร้อยต้น
ขออภัยที่เอามาลงช้าเสียเหลือเกิน ถ่ายจริงเมื่อวันคริสต์มาสโน่นแน่ะ
หลังจากหนีโฮสต์ไปเที่ยวในเมืองวันคริสต์มาสก็ต้องพบกับความผิดหวัง
เนื่องจากธรรมเนียมฝรั่งวันคริสต์มาสเขาต้องอยู่บ้าน แลกของขวัญ มีความสุข ฮิฮิ
แต่เด็กไทยอย่างเรานะหรือจะอยากไปแจมกับเขา เราก็เลยชักชวนเพื่อนคนไทยด้วยกัน
หนีเที่ยวในเมือง แต่ทว่าร้านทุกร้านในเมือง เก้าสิบเก้าเปอร์เซนต์ปิดหมด!!!
เพราะว่าคนส่วนใหญ่ฉลองคริสต์มาสกับคนในครอบครัวกัน
สุดท้ายก็ต้องระหกระเหินไปฉลองคริสต์มาสกันที่ร้านข้าวหน้าเป็ดไชน่าทาวน์ เง้อ
ปล.แถมสักนิดก่อนจากลา เนื่องจากwinter breakนี้ได้ไปพักอยู่กับโฮสต์ แฟมิลี่
โฮสต์ก็เลยพาไปตัดต้นคริสต์มาสมาประดับบ้านกัน เป็นธรรมเนียมที่น่าสนใจเลยเอาภาพมาฝากจ้ะ
ที่นี่คือฟาร์มต้นคริสต์มาส
สถานที่ที่ปลูกต้นคริสต์มาสเพื่อขายให้กับคนที่อยากได้ไปประดับบ้านในช่วงเทศกาล
เพราะฝรั่งเขาไม่ตัดไม้ทำลายป่ากันซี้ซั้ว ปลูกกันเอง ตัดกันเอง เป็นกิจกรรมครอบครัวไปในตัว
ต้นคริสต์มาสส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้จำพวกเฟอร์ สน ทำนองนั้นน่ะค่ะ
(คือไม่เก่งเรื่องการจำแนกต้นไม้ของฝรั่งเท่าไร หน้าตามันละม้ายคล้ายคลึงไปซะหมด)
โฮสต์ถือเลื่อยเตรียมเล็งแล้ว >___<
ก่อนลงมือก็ต้องถ่ายรูปก่อนเป็นที่ระทึกล่ะ
ระหว่างรอโฮสต์จ่ายตังก็เดินเล่นรอบๆ ค่ะ
ป้ายขาวๆ นั่นคือบอกชนิดของแต่ละต้นเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจชัดเจน
และต้นเล็กๆ ที่เห็นนั่นก็น่ารักมากๆ มีขายแบบต้นมินิราคาตั้งแต่สิบดอลขึ้นไป
สุดท้ายก็สอยต้นเล็กมาได้ต้นนึงค่ะ
โฮสต์ใจดีบอกว่าเอาไว้ให้ประดับในห้องนอนของจขบ.กับรุ่นน้อง
เห็นยังงั้นคันมากเลยนะเวลาโดนใบมันทิ่มอะ
สุดท้ายเจ้าต้นมินินั่นก็ถูกแปลงโฉมซะจนจำไม่ได้แบบนี้ละค่ะ
ไว้รอบหน้าจะพาทัวร์พิพิธภัณฑ์เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิคของแคนาดานะคะ
จะได้เห็นกันว่าเจ๋งขนาดไหน ที่ไทยเราน่าจะมีบ้าง
ปล. กรุณาอย่าตกใจที่จู่ๆ บล็อกนี้ก็เปลี่ยนธีม เปลี่ยนคอนเซปต์ไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
พอเข้ามาอีกทีหลังจากที่ไม่ได้เข้ามานานก็ เฮ้ย ผิดบล็อกป่าววะ?
ไม่ผิดหรอกค่ะ บล็อกเดิมที่เคยเน่าๆ อยู่นี่ละ ตอนนี้เริ่มจะมีสาระขึ้นมาแล้ว
บล็อกนี้กำลังมีโครงการเป็นบล็อกซับไตเติ้ล อังกฤษ ฝรั่งเศส ที่คนอ่านคงจะตาลายเกินไป
แต่อย่างน้อยเป็นการฝึกภาษา เนอะๆๆๆ (หาแนวร่วมซะงั้น)
ปล.สอง เนื่องจากคัมแบ็กจากการห่างหายไปอย่างเนิ่นนาน
ฝากเนื้อฝากตัวกับทุกๆ คนด้วยเน้อ สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังด้วยค่ะ

edit @ 18 Jan 2011 08:28:21 by เด็กไทยตัวน้อยๆ

edit @ 18 Jan 2011 08:31:51 by เด็กไทยตัวน้อยๆ